|
|
หลวงพ่อพระใสวัดโพธิ์ชัย
เป็นพระพุทธรูปสำคัญคู่เมือง
ประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย ซึ่งมีฐานะเป็นวัดอารามหลวง ตั้งอยู่ที่ถนนโพธิ์ชัย
ในเขตเทศบาลเมือง ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ 2 กิโลเมตร
ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางซ้ายมือ
เป็นพระพุทธรูปขัด สมาธิราบ ปางมารวิชัย หล่อด้วยทองสีสุก หน้าตักกว้าง
2 คืบ 8 นิ้ว ส่วนสูงจากองค์พระเบื้องล่างถึงยอดพระเกศ 4 คืบ
1 นิ้ว สมเด็จกรมพระยาดำรงราชานุภาพ ทรงสันนิษฐานไว้ในหนังสือประวัติพระพุทธรูปสำคัญ
ซึ่งพิมพ์แจกในงานทอดกฐินพระราชทาน พ.ศ. 2468 ว่า หลวงพ่อพระใส
เป็นพระพุทธรูปหล่อในสมัยล้านช้าง และตามตำนานที่เล่าสืบต่อกันมาว่า
พระธิดา 3 องค์ แห่งกษัตริย์ล้านช้างเป็นผู้สร้าง บางท่านก็ว่าเป็นพระราชธิดาของพระไชยเชษฐาธิราช
ได้หล่อพระพุทธรูปขึ้น 3 องค์ และขนานนามพระพุทธรูปตามนามของตนเองไว้ด้วยว่า
พระเสริมประจำพี่ใหญ่ พระสุกประจำคนกลาง พระใสประจำน้องสุดท้อง
มีขนาดลดหลั่นกันตามลำดับ พ.ศ. 2321 พระเจ้าธรรมเทววงศ์ได้อัญเชิญไปไว้
ณ เวียงจันทน์ และในสมัยรัชกาลที่ 3 ได้อัญเชิญมาฝั่งไทย แต่เกิดพายุ
พระสุกจมน้ำอยู่ที่ปากงึ่ม (เวินพระสุก) ส่วนพระเสริมและพระใส
ประดิษฐานไว้ที่วัดโพธิ์ชัยและวัดหอกล่อง ต่อมาในรัชกาลที่ 4
ได้อัญเชิญพระเสริมลงมาประดิษฐานที่กรุงเทพฯ ส่วนพระใสประดิษฐานอยู่ที่วัดโพธิ์ชัย
ทุกปีในวันเพ็ญเดือน 6 ชาวเมืองหนองคายมีงานประเพณี คือ งานบุญเซิ้งบั้งไฟจะแห่บั้งไฟมาบูชาพระใสและจัดการแข่งขันการ
จุดบั้งไฟที่วัดโพธิ์ชัยเป็นประจำ (ปัจจุบันได้ย้ายสถานที่จุดบั้งไฟออกนอกเมือง
ใกล้กับเทคนิคหนองคายแห่งใหม่ โดยใช้เส้นทางหนองคาย-อ.โพนพิสัย
ระยะทางประมาณ 5 กม.)
อุโบสถวัดโพธิ์ชัย
|
|
|
สะพานมิตรภาพไทย-ลาว
เป็นสะพานข้ามแม่น้ำโขงแห่งแรกสร้างโดย
ความร่วมมือของ 3 ประเทศคือ ออสเตรเลีย ไทย และลาว เชื่อมระหว่างบริเวณหาดจอมมณี
อ.เมือง จังหวัดหนองคาย ไปยังท่านาแล้งของลาวซึ่งอยู่ห่างจากเมืองเวียงจันทร์
ประมาณ 20 กิโลเมตร เป็นสะพานเดี่ยว การจราจรบนสะพานแบ่งเป็น
สองช่องวิ่ง มีความยาวประมาณ 1.2 กิโลเมตร กว้าง 15 เมตร มีช่องสำหรับเดินรถ
2 ช่องทาง ซึ่งตรงช่วงกลางสะพานออกแบบไว้สำหรับสร้างทางรถไฟ
ก่อสร้างแล้วเสร็จและ เปิดใช้เป็นทางการในเดือนเมษายน 2537 โดยได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว
เสด็จพระราชดำเนินทรงเปิดสะพานแห่งนี้ สร้างความปลื้มปิติให้ประชาชนทั้ง
2 ฝั่งไทย-ลาวเป็นที่สุด
บรรยากาศบนสะพาน
|
|
|
หาดจอมมณี
ตั้งอยู่ที่บ้านจอมมณี
หมู่ที่ 1 ตำบลมีชัย ห่างจากเขตเทศบาลเมืองประมาณ 2 กิโลเมตร
เป็นส่วนหนึ่งของลำน้ำโขง หาดแห่งนี้จะมีความยาวประมาณ 200 เมตร
และจะปรากฏให้เห็นตอนน้ำลดในฤดูแล้ง โดยเฉพาะเดือนเมษายน จะมีนักท่องเที่ยวในจังหวัดและจากบริเวณจังหวัดใกล้เคียง
เดินทางไปท่องเที่ยวพักผ่อนเป็นจำนวนมาก ได้รับการเรียกขานว่าเป็น
"พัทยาอีสาน" อีกทั้งทิวทัศน์ในบริเวณหาดทรายยังสามารถมองเห็นบริเวณสะพานมิตรภาพไทย-ลาว
ได้อย่างชัดเจน
|
|
|
วัดศาลาแก้วกู่
เป็นศาสนสถานอยู่
ห่างจากตัวเมืองหนองคายไปประมาณ
5 กิโลเมตร ตามทาง หลวงหมายเลข 212 ทางไป อ.โพนพิสัย วัดจะอยู่ทางขวามือ
เป็นวัดที่มีรูปปั้นขนาดใหญ่ แสดงถึงแดนสวรรค์ แดนนรก เพื่อเป็นสื่อสอนให้รู้จักการผลของทำความดี
ผลของการทำความชั่ว นอกจากนี้ภายในโบส์ถยังมีวัตถุโบราณต่าง
เครื่องลางของคลังต่างๆ ก่อนกลับแวะชมต้นกระบองเพชรยักษ์ที่ทางวัดปลูกไว้น่าสนใจมาก
ประมวลภาพ
1 2
3 4
|
|
|
ท่าเสด็จ
อยู่ในเขตเทศบาลเมือง
เป็นท่าเรือโดยสารข้ามแม่น้ำโขงไปยังฝั่งลาว มีด่านตรวจคนเข้าเมืองและร้านค้าจำหน่ายสินค้าจากนานาประเทศที่ส่งผ่านเข้ามาจากฝั่งลาว
สินค้าที่จำหน่ายได้แก่ เครื่องไม้ฝังมุก เครื่องไฟฟ้า นาฬิกา
อาหาร ฯลฯ นอกจากนี้ยังมีบริษัททัวร์ที่รับจ้างทำใบผ่านแดนและนำเที่ยวประเทศลาวอีกด้วย
ชาวไทยจะต้องทำบัตรผ่านแดนที่สำนักงานบัตรผ่านแดน บริเวณศาลากลางจังหวัดหนองคาย
โดยมีเอกสารประกอบการทำบัตรผ่านแดน คือสำเนาบัตรประชาชนหน้าหลัง
รูปถ่ายขนาด 1 นิ้ว จำนวน 2 รูป
ชาวต่างประเทศ จะต้องใช้หนังสือเดินทาง Passport และขอวีซ่าที่สถานทูตลาวประจำประเทศไทย
|
|
|
พระธาตุบังพวน
ตั้งอยู่ที่วัดพระธาตุบังพวน
บ้านดอนหมู ตำบลพระธาตุบังพวน ห่างจากอำเภอเมืองหนองคาย ประมาณ
21 กิโลเมตร ตามทางหลวงหมายเลข 2 (หนองคาย-อุดรธานี) ประมาณกม.ที่
11 จากตัวเมืองหนองคาย จะถึงสี่แยกบ้านหนองสองห้อง แล้วให้เลี้วขวาเข้าทางหลวงหมายเลข
211 (หนองคาย-ท่าบ่อ) ถึงบริเวณกิโลเมตรที่ 10 วัดจะอยู่ด้านขวามือริมทาง
เดิมพระธาตุบังพวนเป็นเจดีย์เก่าแก่ เป็นที่เคารพสักการะของชาวหนองคายมาช้านาน
ตัวองค์พระธาตุเดิมเป็นเจดีย์สร้างด้วยอิฐเผา มีรูปทรงแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
ลักษณะเจดีย์เป็นรูปสถูปแบบอินเดียรุ่นเดียวกับองค์พระปฐมเจดีย์
เจดีย์องค์ปัจจุบันบูรณะขึ้นใหม่โดยกรมศิลปากรในระหว่างปี พ.ศ.
2519-2521 หลังจากที่องค์เดิมได้พังทลายลงเมื่อเดือนมิถุนายน
พ.ศ. 2513 เนื่องจากฐานทรุด พระธาตุองค์ปัจจุบันมีฐานทักษิณ
5 ชั้น กว้าง 17.20 เมตร สูงถึงยอดฉัตร 34.25 เมตร รูปปรางค์สี่เหลี่ยมต่อกันเป็นบัวปากระฆังชั้นที่
6 เป็นรูประฆังคว่ำ ชั้นที่ 7 เป็นรูปดาวปลี และเหนือชั้นไปเป็นที่ตั้งฉัตรและบรรจุพระบรมสารีริกธาตุ
29 องค์
พิพิธภัณฑ์พระธาตุบังพวน
เป็นห้องเล็กๆ อยู่ใกล้กับองค์พระธาตุ ซึ่งภายในจะเก็บซากเศษหิน
ใบเสมา ศิลาจารึก ตลอดจนโบราณวัตถุของพระธาตุองค์เก่า รวมทั้งประวัติขององค์พระธาตุ
สระพญานาค อยู่ในบริเวณใกล้ๆ
องค์พระธาตุ ซึ่งในสมัยโบราณเมื่อมีการแต่งตั้งผู้ใดเป็นเจ้าเมือง
ก็จะนำน้ำจากสระนี้ไปสรงเพื่อเป็นสิริมงคล ในสมัยต่อมาสระพญานาคก็ทรุดโทรมลงตามกาลเวลา
จนกระทั่งชาวบ้านและประชาชนที่มีจิตศรัทธาได้ร่วมกันบริจาคและทำการบูรณะสระพญานาคเพื่อใช้น้ำในสระนี้นำไปประกอบพิธีมงคลต่างๆ
เพื่อความเป็นสิริมงคล
ทุกปีชาวจังหวัดหนองคายจะจัดงานนมัสการพระธาตุบังพวนขึ้นในเดือนยี่
ขึ้น 11 ค่ำ
ประมวลภาพ
1
|
|
|
|