|
BAD
Sector
สาเหตุอาจเกิดจาก : เกิดจากพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิส เกิดความเสียหาย
โดยอาจเกิดรอยที่ผิวหรือเกิดจากเศษโลหะหรือฝุ่นขนาดเล็ก เกาะที่ผิวของจานเก็บข้อมูล
การแก้ไข :
1. ทำการ Mark BAD Sector โดยใช้โปรแกรมประเภท Scandisk ทำการ Scan โดยสามารถเรียกใช้โปรแกรมได้จาก
Start Menu/Programs/Accessories/System tools/Scandisk และกำหนดค่าของโปรแกรมเป็น
Thorough และ Automatically fix errors และกดปุ่ม Start
2. หากไม่มีความจำเป็น ต้องรักษาข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิส ควรจะทำการ Full Format
ใหม่ โดย Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk แล้วใช้คำสั่ง a:/format c:/s
เพื่อทำการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูลและเมื่อไม่สามารถอ่านพื้นผิวบริเวณใดก็จะระบุตำแหน่งจุดที่เสียบนพื้นผิวเพื่อที่โปรแกรม
Windows จะไม่ไปใช้พื้นที่นั้นในการเก็บข้อมูล เมื่อโปรแกรมทำงานเสร็จสิ้นแล้วจะแสดงตารางแจ้งผลการทำงานหากมี
Bad Sector ก็จะแสดงค่าที่เสียไปในตารางด้วย จากนั้นจึงติดตั้งโปรแกรม Windows
ใหม่อีกครั้ง
3. ฮาร์ดดิสที่เกิด BAD Sector แล้วโดยส่วนใหญ่จะใช้งานได้อีกไม่นาน และมีโอกาสที่จะเกิดส่วนที่เสียเพิ่มขึ้นได้อีก
ดังนั้นจึงควรที่จะสำรองข้อมูลไว้ในสื่ออื่นด้วยเพื่อป้องกันข้อมูลที่จะเสียหายจากการที่ไม่สามารถอ่านฮาร์ดดิสได้อีก
การป้องกันปัญหา :
1. เพิ่มขนาดของหน่วยความจำหนักของเครื่อง(RAM) ให้มากขึ้น เช่น ในWindows
98 ควรมีหน่วยความจำอย่างน้อย 64 Mb เป็นอย่างต่ำหรือหากสามรถที่จะใส่เพิ่มมากกว่านี้ก็จะเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานโดยรวมให้เครื่อง
และเพื่อลดการใช้งานของตัวฮาร์ดดิสลงด้วย เนื่องจากโดยปกติหากเครื่องมีหน่วยความจำน้อยโปรแกรม
Windows จะสร้างหน่วยความจำเสมือนขึ้น (Virtual Memory)โดยการแบ่งพื้นที่บนตัวฮาร์ดดิสไว้ส่วนหนึ่งเพื่อใช้งานแทนหน่วยความจำหลัก
และทุกครั้งที่มีการใช้งานโปรแกรมที่ต้องการหน่วยความจำมากๆ Windows ก็จะใช้งานหน่วยความจำเสมือนนี้ซึ่งก็จะเป็นการเขียนอ่านฮาร์ดดิสในตำแหน่งเดิมๆอยู่บ่อยครั้งขึ้นโอกาสที่จะเสียหายก็มีมากขึ้นนั่นเอง
2. ต้องทำการ Shout Down เครื่องก่อนปิดเครื่องทุกครั้ง
3. ควรที่จะตั้งโหมดการประหยัดพลังงานโดยการหยุดการทำงานของฮาร์ดดิสเมื่อถึงเวลาที่กำหนดเช่น
โดยปกติการใช้งานเครื่องอาจจะมีการเปิดโปรแกรมที่ใช้งานทิ้งไว้และไม่ค่อยได้เรียกใช้โปรแกรมอื่นอีก
หรือไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสเป็นเวลาสักระยะเช่น 20 - 30 นาที หากเราตั้งโหมดการทำงานให้เครื่องหยุดการทำงานของฮาร์ดดิสลง
ก็จะเป็นการลดการใช้งานฮาร์ดดิส และยืดอายุการใช้งานของฮาร์ดดิสได้ยาวนานขึ้น
แต่การทำดังนี้จะมีผลเมื่อต้องการใช้งานฮาร์ดดิสเช่น เรียกโปรแกรมหรือบันทึกข้อมูลลงบนฮาร์ดดิส
เครื่องจะต้องใช้เวลาเริ่มหมุนจานเก็บข้อมูลของฮาร์ดดิสสักระยะ(ประมาณ 10-15
วินาที)ทำให้ผู้ใช้อาจรู้สึกว่าเครื่องทำงานช้าหรือผิดปกติได้
กลับด้านบน
Sector
not fond error reading in drive C:
สาเหตุอาจเกิดจาก :
1. ปัญหานี้จะคล้ายกับอาการ Data error reading in drive C: หรือ BAD Sector
แต่ส่วนที่เกิดปัญหานี้จะเกิดกับส่วนของ File Allocation Table (FAT) ไม่ใช่ที่ตัวพื้นที่เก็บข้อมูลจริง
2. ส่วนของฮาร์ดดิสที่ใช้ในการเก็บข้อมูลของ FAT มีปัญหาเช่นเกิดการเสื่อมของสารแม่เหล็กหรือเกิดรอยที่ผิวของจานแม่เหล็ก
เนื่องจากหมดอายุการใช้งาน
วิธีการแก้ไข :
1. ทำเช่นเดียวกับปัญหา BAD Sector แต่ในส่วนโหมดของการ Scan ให้เลือกเป็นแบบ
Standard ก็พอ โดยโปรแกรมจะทำการตรวจในส่วนของ File Allocation Table (FAT)
และ Folders และเมื่อโปรแกรมตรวจพบข้อผิดพลาดก็จะทำการซ่อมแซมค่าที่ผิดพลาดนั้นๆให้กลับเป็นปกติหรืออาจบันทึกเป็นชื่ออื่นแต่ตัวข้อมูลจะยังอยู่ซึ่งเราต้องเข้าไปแก้ไขเองอีกครั้ง
ซึ่งปัญหาที่มักจะเกิดก็ได้แก่ Cross link , Folders error ที่เกิดขึ้นในตาราง
FAT ซึ่ง Files ที่มักจะสร้างปัญหาบ่อยๆก็ได้แก่ประเภทที่มีส่วนขยายเป็น
TMP ซึ่งมักจะถูกเก็บอยู่ที่โฟเดอร์ชื่อ TEMP (c:\windows\temp ) ซึ่ง Files
เหล่านี้จะถูกสร้างจากโปรแกรมประยุกต์ต่างๆเช่นโปรแกรมเวิร์ดโปรเซสซิ่ง ซึ่งผู้ใช้งานควรที่จะทำการลบ
Files พวกนี้ทิ้งเป็นประจำ การลบ temp files ทำได้โดยการเข้าไปที่โฟรเดอร์ดังนี้และทำการเลือกทุก
files และกดปุ่ม DELETEที่แป้นคีบอร์ด (C:/windows/temp/*.tmp )
2. หากแก้ไขตามข้อแรกไม่ได้ผลควรที่จะทำการ Format ฮาร์ดดิสใหม่และลงโปรแกรมใหม่เพื่อเป็นการจัดและเริ่มต้นระบบใหม่ซึ่งจะมีผลให้ความเร็วในการทำงานของเครื่องเพิ่มขึ้นด้วย
ก่อนการทำการ Format ฮาร์ดดิสต้องแน่ใจว่าไม่มีความจำเป็น ต้องรักษาข้อมูลบนตัวฮาร์ดดิส
หรือได้สำรองข้อมูลที่สำคัญไว้ในสื่ออื่นๆแล้ว การ Format ทำได้โดย Boot
เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk แล้วใช้คำสั่ง a:/format c:/s เพื่อทำการจัดเตรียมพื้นที่ใหม่โดยโปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของแผ่นจานเก็บข้อมูลและเมื่อไม่สามารถอ่านพื้นผิวบริเวณใดก็จะระบุตำแหน่งจุดที่เสียบนพื้นผิวเพื่อที่โปรแกรม
Windows จะไม่ไปใช้พื้นที่นั้นในการเก็บข้อมูล
การป้องกันปัญหา :
1. ทำการ Scandisk ทุกๆสัปดาห์
2. ลบ temp files ใน Windows/temp ทิ้งให้หมดหลังจากการทำ Scandisk แล้ว(ก่อนทำการ
Scandisk และ ลบ temp file ทิ้งควรทำการปิดโปรแกรมทุกตัวก่อนทุกครั้ง)
3. ใช้โปรแกรม Disk Cleanup ช่วยในการลบ files ที่ไม่จำเป็นทิ้งโดยเริ่มต้นที่
Start Menu / Programs/Accessories/System tools/Disk Cleanup จากนั้นทำเครื่องหมายถูกที่หน้า
Temporary files
กลับด้านบน
Data
Error Reading in Drive C:
สาเหตุอาจเกิดจาก :
เนื่องจากโปรแกรมไม่สามารถอ่านข้อมูลจากผิวของตัวจานเก็บข้มมูลได้
วิธีการแก้ไขปัญหา :
1. เรียกโปรแกรม Scandisk ขึ้นมาโดย
a. ดับเบิลคลิกที่ My Computer
b. ชี้ mouse ไปที่ Drive ที่ต้องการจะทำการ Scan
c. คลิกปุ่มขวาของ mouse เลือก Properties
d. เลือก TAB Tools
e. กดปุ่ม [Check Now...] บน Windows Propeties
f. เลือกรูปแบบการ Scan เป็น [Thorough]
g. ทำเครื่องหมายถูกหน้า Automatically fix errors
h. เริ่มทำการ Scan โดยกดที่ปุ่ม Start
i. เมื่อทำการ Scan จนเสร็จแล้วจะมีหน้าต่างแสดงค่าที่ทำการ Scan ให้ดู (ScanDisk
Results- [c:] ให้สังเกตุดูที่หัวข้อ bytes in bad sectors ถ้ามีตัวเลขขึ้นแสดงว่าโปรแกรม
Scan ตรวจพบส่วนที่เสียหายของผิวจานแม่เหล็กของ Hardisk
j. กดปุ่ม close เพื่อทำการปิดโปรแกรม ScanDisk
k. ในขณะนี้โปรแกรม ScanDisk จะทำการตรวจสอบส่วนต่างๆของ Harddisk เรียบร้อยแล้วและได้ทำการทำเครื่องหมายบริเวณที่ไม่สามารถอ่านได้แล้วลงบนตารางแฟ็ท
(FAT =File Allocation Tables),Folders
หลังจากทำการ Scandisk เสร็จแล้วอาการดังกล่าวน่าจะหายไป แต่ถ้าหากยังไม่หาย
อาจจะเกิดจากสาเหตุดังนี้
1. ตัว Harddisk มีจานแม่เหล็กที่มีผิวเสียหายมากไม่สามรถใช้งานได้อีกต่อไป
2. ขณะที่ทำการ Scandisk ใช้เวลานานหลายชั่วโมงหรือพบพื้นที่เสียหายมากและต่อเนื่องให้ยกเลิกไปทำการ
Format แทน (แต่โอกาสที่จะใช้ได้มีน้อยมากเนื่องจากผิวจานแม่เหล็กเสียหายมาก)
3. ตัวควบคุม Harddisk หรือสายแพรที่ใช้ต่อ Harddisk กับ Controler บน MainBoard
เสียหรือเสื่อมสภาพ(จะมีโอกาสเกิดน้อยกว่าความเสียหายบนตัว Harddisk เอง)
หลังจากทำตามขั้นตอนต่างๆแล้วยังเกิดอาการดังกล่าวอีกให้ทำการ
Format Harddisk ตัวนี้โดยทำดังนี้
1. Boot เครื่องด้วยแผ่น Startup Disk
2. เรียกคำสั่ง Format แบบเต็ม(Full Format) ดังนี้โดยพิมพ์คำสั่งที่เอพร้อม
a:/format c:/s และกด Enter และ ตอบ y และ Enter
3. ในขณะที่ทำการ Format โปรแกรมจะทำการตรวจสอบพื้นผิวของจานแม่เหล็กถ้าพบจุดเสียที่ใดก็จะทำการบันทึกไว้ในตาราง
FAT ของตัว Harddisk เพื่อไม่ให้โปรแกรมอื่นๆนำพื้นที่นี้ไปใช้ได้อีก (จุดที่เสียจะเรียกว่า
BAD Sector)
4. จากนั้นก็สามารถนำไปลง OS Program ต่อไปได้
5. หากยังเกิดอาการดังกล่าวอีกแนะนำให้เปลี่ยนตัว Harddisk ครับคงจะไม่ไหวแล้วจริงๆ
กลับด้านบน
Harddisk
ไม่ทำงาน(ไม่มีเสียง Motor หมุน)
สาเหตุอาจเกิดจาก :
1. เกิดจากไม่มีไฟเลี้ยงตัว Mortor และวงจรควบคุมตัว Mortor
2. ตัวควบคุมการทำงาน(Controler)บนตัว Harddisk เสียหาย
3. สายบางเส้นที่ต่อจาก Harddisk กับตัวควบคุมบน Mainboard หลวมหรือหลุดหรือเกิดสนิม
การแก้ไข :
1. ตรวจสอบสายต่อไฟเลี้ยงดูว่าแน่นหรือเกิดสนิมหรือเปล่าโดยการถอดออกมาแล้วตรวจดูว่าเป็นปกติหรือไม่แล้วเสียบกลับเข้าไปใหม่
2. เปลี่ยนสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับตัว Harddisk เส้นใหม่ดูว่าใช้งานได้หรือเปล่า
3. ทดลองเปลี่ยนสายแพรหรือถอดออกดูก่อนแล้วเปิดเครื่องเพื่อดูว่าทำงานได้หรือเปล่า
4. อาจลองนำเอาสายไฟเลี้ยงที่ต่อให้กับ CD-ROM Drive มาต่อดูก็จะรู้ได้ว่าสายจ่ายไฟเลี้ยงเสียหรือเปล่า
กลับด้านบน
Defragment
Hard Disk แล้วช้า
สาเหตุ : สำหรับปัญหาเรื่อง Defragment
Hard Disk แล้วช้าหรือวนอยู่กับที่นั้น เกิดจากโปรแกรมไม่สามารถย้าย Files
บางตัวได้เนื่องจาก Files นั้นเกิดปัญหาไม่สามารถลบได้ โปรแกรมจึงเริ่มต้นทำงานใหม่เมื่อไปพบตำแหน่งเดิมก็จะถูกวนกลับไปเริ่มต้นใหม่
การแก้ไขปัญหา :
1. ปิดโปรแกรมต่างๆที่โหลดขึ้นมาขณะที่ Boot Windows (อยู่ที่มุมขวาด้านล่าง)เช่น
Antivirus ทั้งหมดแล้วไปลบ Files ใน windows\temp และ Temporay Internet
Files ทิ้งให้หมด แล้วทำการ Defragment ใหม่ ถ้าไม่ได้ให้ทำตามข้อ 2
2. ทำการ Scandisk อีกครั้งเพื่อให้โปรแกรมหาไฟร์ที่เสีย
3. ให้คุณบูทเครื่องด้วยแผ่น Startup disk แล้วทำการลบไฟร์ที่อยู่ใน Windows\Temp
และ Temporay Internet Files ทั้งหมดทิ้ง(ที่ต้องทำใน dos เพราะบางไฟร์จะไม่สามารถลบใน
windows ได้) จากนั้น Boot Windows ตามปกติ
4. เรียกโปรแกรม Defragment ขึ้นมาแล้วกดปุ่ม stop จากนั้นเลือก select drive
เลือก settings จากนั้นดูที่ check box รูปสี่เหลี่ยมหน้า Rearrange Program
files so my programs start faster (ตัวนี้ใช้เรียงตามโปรแกรมที่ใช้งานบ่อย)
และ Check the drive for errors โดยให้นำเครื่องหมายติก (เครื่องหมายถูก)
ออกจาก check box ทั้งสอง แล้วกด OK สองครั้งจากนั้นโปรแกรมจะทำการ Defragment
ใหม่
5. หากไม่ได้ตามสามข้อคงต้อง Format Hdd แล้วครับ
กลับด้านบน
Disk
Boot Failure
สาเหตุ : เกิดจากคุณอาจลืมแผ่นดิสที่บูทไม่ได้ไว้ในไดร์ฟ
A: หรือ แผ่น CD ไว้ในไดร์ฟ CD (กรณีตั้งซีมอสให้บูทที่ซีดีได้) หรือเกิดจากฮาร์ดดิสที่เป็นตัวบูท
C: ไม่สามารถใช้งานได้หรือมีการเปลี่ยนแปลงค่าในซีมอสทำให้ไม่ตรงรุ่นของฮาร์ดิส
วิธีการแก้ปญหา : ลองดูที่ช่องใส่แผ่นดิสในไดร์ฟ
A: ว่ามีแผ่นดิสค้างอยู่หรือเปล่าถ้ามีให้เอาออกแล้วทำการบูทเครื่องใหม่(เปิดเครื่องใหม่)
กลับด้านบน
Scanner
N340P Scan แล้วมีอาการเป็นเส้นหรือ Scan แล้วภาพมีสีเพี้ยน
สาเหตุอาจเกิดจาก : ขั้นตอนการลง Driver ไม่สมบูรณ์ การ Caliration ไม่สมบูรณ์
หรือ ขั้นตอนการ Copy HDD จากอึกตัวมายังอีกตัวทำให้การ Caliration ได้ค่ามาจากตัวแรกซึ่งอาจไม่ตรงกับตัวที่ใช้งานอยู่จริง
วิธีการแก้ปัญหา :
a. เปิดโปรแกรม CanoCraft CS-P ที่ใช้ควบคุม Scanner ขึ้นมา
b. ไปที่เมนู Settings เลือก Calibration และสั่งให้โปรแกรมทำการ Calibration
c. เมื่อโปรแกรมทำงานเรียบร้อยแล้ว ทดลองทำการ Scan ดูอีกครั้งถ้าไม่เป็นปกติให้
Remove Driver ทิ้งแล้วติดตั้ง Driver เข้าไปใหม่ แล้วจึงทำตามขั้นตอนแรกใหม่อีกครั้ง
กลับด้านบน
Modem
Connect แล้วหลุดบ่อย
สาเหตุอาจเกิดจาก : Driver ลงผิดรุ่นหรือการ Setup ค่าCommand ไม่เหมาะสมของแต่ละ
ISP ขั้วต่อสายโทรศัพท์ในบ้านหรือระหว่างบ้านถึงชุมสายชื้นหรือหลวม ทำให้เกิดสัญญานรบกวน(Noise)
มากการส่งข้อมูลอาจสูญหายหรือไม่สมบูรณ์
วิธีการแก้ปัญหา :
1. ในกรณีที่เป็นเรื่องการติดตั้งหรือการ Format Harddisk ใหม่แล้วต้องลง
Driver ของ Modem ใหม่ให้ตรวจสอบรุ่นให้แน่ใจว่าเป็นรุ่นที่ถูกต้องตรงกับตัว
Modem รุ่นนั้นๆจริงๆ
2. ตรวจสอบสายและจุดต่อสายโทรศัพท์ต่างว่าอยู่ในสภาพดีหรือไม่ หากสายและจุดต่อภายในบ้านอยู่ในสภาพดี
ควรแจ้งให้ทางผู้ให้บริการโทรศัพท์ตรวจสอบวงจรโทรศัพท์ของท่านว่าเป็นปกติดีอยู่หรือไม่
โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกแล้วเกิดอาการเช่นนี้บ่อยๆ (ในกรณีฝนตกถ้าระบบสายดินไม่ดีอาจมีผลทำให้
Modem เสียหายได้)
3. ทดลองเปลี่ยนหมายเลขที่ใช้โทรเข้า ISP เป็นหมายเลขอื่นที่ ISP นั้นมีให้ใช้ดูหลายๆเบอร์ดูว่ามีผลเป็นเช่นไร
4. อายทดลองตั้งค่า Command Register S10 ในโปรแกรมติดต่อให้เหาะสมซึ่งอาจจะต้องสอบถามกับทาง
ISP ดูว่าต้องใช้คำค่าอะไรจึงจะเหมาะสมมากที่สุด (แต่ละ ISP อาจจะใช้ค่าไม่เท่ากัน)โดยทำได้ดังนี้
a. กดปุ่ม Start Menu ตรงมุมล่างด้านซ้ายของจอ
b. เลื่อนไปที่ Settings
c. เลือก Dial-up Networking
d. ชี้ Mouse ไปที่ไอค่อน Dial-up ตัวที่ใช้ติดต่ออยู่แล้วคลิกปุ่มขวาของ
Moues แล้วเลือก Properties
e. จากนั้นจะมีแหน้าต่าง Connection ขึ้นมา ที่แท๊ป General ในส่วนของ Connect
using ให้ตรวจดูที่รุ่นของ Modem ว่าตรงกับที่ใช้อยู่หรือไม่(หากไม่ทราบให้ข้ามไป)
f. จากนั้นกดที่ปุ่ม Configure... จะมีหน้าต่างรุ่นของ Modem ขึ้นมา
g. จากนั้นที่ช่อง Maximum speed ให้ตั่งค่าเป็น 57600 หรือสูงกว่าเล็กน้อย(สำหรับโมเด็ม56k)
h. คลิกที่แท็ป Connection และกดที่ปุ่ม Advanced...
i. จากนั้นในช่อง Extra settings ให้พิมพ์ AT&F (ตัวใหญ่เท่านั้น)สำหรับสายของ
องค์การโทรศัพท์ หรือ S10=100 สำหรับสายของ TT&T
j. จากนั้นคลิกที่ OK ---> OK ---> OK และทดลองโทรเข้า ISP อีกครั้งครับ
ถ้ายังไม่ดีขึ้นอาจต้องลองเปลี่ยนหมายเลขโทรเข้าดู หรือทดลองกับ ISP รายอื่นๆดู
กลับด้านบน
เล่นโปรแกรม
Winamp แล้วเสียงกระตุก
สาเหตุอาจเกิดจาก :
1. เปิดโปรแกรมไว้พร้อมๆกันหลายๆตัวและหน่วยความจำมีน้อยเกินไปไม่เหมาะสมกับงานที่ทำอยู่
เช่นใช้โปรแกรมประเภทตกแต่งภาพ(ในบางกรณีที่มีแรมมากเช่น 128 MB แต่ไม่ได้
Set ค่าให้โปรแกรมนั้นๆใช้แรมได้เต็มที่)แต่มีแรมในเครื่องน้อยโปรแกรม Windows
จะสร้างหน่วยความจำเสมือนขึ้นใน Drive ที่กำหนดไว้(โดยทั่วไปจะเป็น Drive
C: ) เมื่อมีการเปิดโปรแกรมหลายๆตัวพร้อมๆกันหน่วยความจำหลักจริงๆจะไม่เพียงพอให้โปรแกรมเหล่านั้นใช้งาน
Windows ก็จะจัดให้ไปใช้หน่วยความจำเสมือนที่สร้างขึ้นแทน ซึ่งจะส่งผลให้โปรแกรมทำงานได้ช้าลงเนื่องจากใช้พื้นที่ของ
Harddisk แทนหน่วยความจำจริง ซึ่งตัว Harddisk จะทำงานช้ากว่า RAM จริงๆมากเวลาที่โปรแกรมเรียกใช้งานก็จะช้าไปด้วย
2. การตั้งค่าในโปรแกรม Winamp เองไม่ถูกต้องหรือไม่เหมาะสม
วิธีการแก้ปัญหา :
1. ไม่ควรเปิดโปรแกรมที่ต้องการใช้หน่วยความจำมากๆให้ทำงานพร้อมๆกัน หรือปิดโปรแกรมที่ทำงานแบบซ่อนหรือพร้อมทำงานตลอดเวลาก่อนที่จะเปิดโปรแกรมฟังเพลง(โดยปกติจะอยู่ทางด้านมุมล่างขวามือของจอภาพ)
โดยคลิกขวาที่ไอค่อนแล้วเลือก Close , Disable , Exit
2. ปรับแต่งค่าในโปรแกรม Winamp ใหม่ดังนี้
a. เปิดโปรแกรม Winamp ---> คลิกขวาที่แถบด้านบนโปรแกรมที่เขียนชื่อโปรแกรมอยู่หรือที่ว่างในช่องโปรแกรม(หน้ากาก
หรือ Skin)
b. เลือก options ----> Preferences
c. เลือก TAP Audio I/O(ในบางรุ่นจะเป็น Plugs-in) ในช่อง Input plug-in
ดับเบิลคลิกที่----> Nullsoft Nitrane MPEG จะขึ้นหน้าต่าง Input Plug-Ins
Audio Decoder Settings แล้วเลือกไปที่ TAP Decoder ในช่อง Decoder Mode
เลือกให้เป็น MMX ถ้า CPU เป็น Pentium MMX หรือสูงกว่าเช่น Celeron , PII
, PIII , P4 หรือถ้าไม่ใช่ MMX ก็ให้คลิกเลือกที่ Non MMX ครับ
กลับด้านบน
ใช้
Outlook ส่ง Mail สองสามฉบับแล้วเครื่องหยุดทำงานหรือหน้าจอเลอะ ต้อง Restart
เครื่องใหม่
สาเหตุ : ส่วนใหญ่ที่จะพบอาการนี้จะเป็นกับ Windows ภาษาไทยครับ เนื่องจากตัว
IE รุ่น 5.0 มีปัญหากับการจัดการหน่วยความจำโดยจะไม่ยอมคืนหน่วยความจำให้ระบบและทุกครั้งที่ใช้โปรแกรม
Outlook Express ในการส่ง Mail โดยที่พิมพ์ข้อความใน Outlook โดยตรงหน่วยความจำจะถูกใช้งานจนหมดทำให้เกิดอาการผิดปกติในการแสดงผลหรือเครื่องหยุดทำงานไปเฉยๆ
การตรวจสอบว่ารุ่นของโปรแกรมเป็นรุ่นใดทำได้ดังนี้ครับ
a. สำหรับโปรแกรม Outlook Express ให้คลิกที่ Help ต่อจากนั้นเลือก About
Microsoft Outlook Express ก็จะมีหน้าต่างแสดงรุ่นขึ้นมา ให้ดูว่ามีชุดตัวเลขเป็น
5.50.xxxx.xxxx หรือเปล่าถ้าไม่ใช่แสดงว่าเป็นรุ่นเดิม (5.0.xxxx.xxxx)
b. สำหรับโปรแกรม Internet Explores ให้เลือกที่ Help และเลือก About Internet
Explorer และดูว่าเป็น Version : 5.50.xxxx.xxxx
วิธีการแก้ไข : ให้ไป Download โปรแกรม IE5.5 (Internet Explorer 5.5) มาติดตั้งลงในเครื่องแทนตัวเก่าครับก็จะสามารถแก้ปัญหานี้ได้
*** ก่อนที่จะทำการติดตั้งโปรแกรม IE5.5 ควรจะสำเนาข้อมูลใน Outlook Express
ไว้ด้วยนะครับเพราะโปรแกรมจะถูกปรับรุ่นไปและฐานข้อมูลของรุ่นเก่าและรุ่นใหม่จะเป็นคนละตัวกันไม่สามารถใช้กันได้ครับ
ต้องใช้การ Import เข้ามาจึงจะได้(ในการโหลดมาถ้าโหลดครบทุกอย่างที่ให้เลือกจะมีขนาดใหญ่มากอาจจะเลือกเฉพาะที่จำเป็นต้องใช้เท่านั้นได้)
*** ในการติดตั้งโปรแกรม IE5.5 จะมีการติดตั้ง Outlook Express 5.5 ติดตั้งให้ด้วยพร้อมกันอยู่แล้ว
กลับด้านบน
Windows
98ME ลงโปรแกรมใหม่แล้วเครื่องเพี้ยนๆไป อยากกลับไปใช้งานได้เหมือนก่อนหน้าที่ลงโปรแกรมตัวใหม่จะทำยังไง
สาเหตุ : อาจเกิดจากการลงโปรแกรมผิดขั้นตอนหรือโปรแกรมที่นำมาลงนั้นเป็นตัวที่ไม่สมบูรณ์หรือในขั้นตอนการถอดโปรแกรมออกจากระบบวินโดวส์ไม่ดีพอหรือเกิดการผิดพลาด
ทำให้ระบบวินโดวส์ทำงานผิดปกติไป
วิธีการแก้ไข :
ใน Windows 98ME (เฉพาะรุ่นนี้เท่านั้น)มีโปรแกรมช่วยเหลือชื่อ System Restore
มันจะสามารถเรียกคืนระบบที่สามารถใช้งานได้ตามวันที่คุณได้ทำการบันทึกไว้
คำแนะนำในการใช้งานโปรแกรมนี้ก็คือให้คุณทำการบันทึกจุดที่เครื่องสามารถใช้งานได้เป็นอย่างดีไว้ในโปรแกรมก่อนเพื่อที่จะได้กลับไปใช้งานเครื่องได้เหมือนกับที่เคยใช้ได้ในวันที่บันทึกไว้(แต่ถ้าไม่ได้บันทึกไว้ก็สามารถเรียกจุดที่ระบบทำให้ไว้ได้)
โดยการบันทึกจุดที่ทำงานได้ดีนี้สามารถที่จะบันทึกได้หลายๆครั้งตามที่ต้องการ(แต่ยิ่งบันทึกมากก็จะเสียพื้นที่เก็บมากขึ้นตามไปด้วย)
วิธีการใช้งานทำดังนี้
a. กดที่ปุ่ม Start มุมล่างด้านซ้าย และเลื่อน mouse ไปที่ Programs ----->
Accessories ------> System tools ------> System Restore
b. เริ่มใช้งานเป็นครั้งแรกจะต้องทำการบันทึกวันที่ใช้งานได้ก่อนโดย /หน้าต่าง
Welcome to System Restore จะมีให้เลือกอยู่สองข้อคือ 1. Restore my computer
to an earliertime และ 2. Create a restore point ในการใช้งานครั้งแรกจะต้องเลือก
Create a restore point โดยใช้ Mouse คลิกที่เช็คบ็อกหน้าหัวข้อนี้ และกด
Next
c. โปรแกรมจะเข้าสูการทำ Restore point description ให้ใส่บันทึกรายละเอียดย่อๆเช่น"ทำก่อนลงโปรแกรม
xxxxxx "(ลงไปเพื่อเอาไว้ดูเวลาต้องการจะเลือกใช้ในภายหลังจะได้สะดวกในการจำ)
หลังจากนั้นกดปุ่ม Next
d. จากนั้นโปรแกรมจะทำการเปิดหน้าต่าง System Restore เพื่อให้ยืนยันการบันทึกตำแหน่งเวลา
Confirm New Restore Point โดยจะแจ้งวันเวลาและข้อความที่ได้ลงไว้ จากนั้นถ้าไม่ต้องการแก้ไขอะไรให้กดปุ่ม
Next
การกลับไปในสภาพเมื่อยังใช้งานเครื่องได้ดี
a. เรียกโปรแกรม System Restore ขึ้นมาและเลือก Create a restore point
b. จะมีหน้าต่าง Welcome to System Restore ขึ้นมา ให้เลือกRestore my computer
to anearlier time และกด Next
c. ในหน้าต่าง Choose a Restore Point คุณจะสามารถเลือกรายการจุดที่เครื่องยังใช้งานได้ดี(ที่คุณได้ทำไว้เอง)โดยสามารถเลือกได้จากวันที่ในตารางหรือในรายการตามรายละเอียดที่คุณได้บันทึกไว้
เมื่อเลือกวันได้แล้วให้กด Next
d. ต่อจากนี้เครื่องจะทำการ Restart ใหม่อีกครั้งแล้วระบบก็จะกลับไปยังวันที่คุณได้ทำการบันทึกไว้
**** วิธีการนี้จะไม่สามารถใช้เรียกคืนข้อมูลที่คุณทำหายได้นะครับ แต่ก็จะไม่ลบข้อมูลใหม่ที่ได้ทำไว้ก่อนการใช้โปรแกรมนี้
กลับด้านบน
อยากตรวจดูว่าเครื่องที่ใช้งานอยู่มีอะไรอยู่ในเครื่องบ้างเช่น
CPU เป็นรุ่นอะไร ความเร็วเท่าไรจะดูได้จากที่ไหน
วิธีตรวจ : ชี้ Mouse ไปที่ปุ่ม start ----> Programs ------> Accessories
-----> System Tools -----> System Information จะมีหน้าต่าง Microsoft
Help and Support ขึ้นมาแสดงค่าส่วนประกอบต่างๆในเครื่องให้ดู
กลับด้านบน
|